fake01

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ของทาง RELX

น้ำยาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทาง RELX

จากรูปภาพด้านบนคือ “น้ำยาทั่วไป” ไม่ใช่สินค้าจากบริษัท Relx แต่อย่างใด เป็นเพียงการแอบอ้างชื่อสินค้าเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแบรนด์ Relx

ซึ่งทางบริษัท Relx ไม่ได้เป็นผู้ผลิตน้ำยาชนิดบรรจุขวด จึงเป็นการแอบอ้างเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวสินค้า และทางบริษัท Relx จะดำเนินการกับผู้ที่แอบอ้างผลิตน้ำยาชนิดนี้ ที่ใช้ชื่อ “RELX THAILAND” เป็นแบรนด์ในการขาย

ทั้งนี้ ทางเราขอแจ้งให้ลูกค้าทุกท่านทราบว่า

น้ำยา แบรนด์ ” RELX THAILAND” ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของทาง RELX หรือ RELX THAILAND แม้แต่อย่างใด

โปรดหลีกเลี่ยงการซื้อขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้สูบได้ เนื่องจากไม่ได้มีการรับรองความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น

ผลิตภัณฑ์น้ำยา RELX ของจริง จะต้องเป็นแบบ CLOSE POD เท่านั้น และไม่สามารถเติมได้

โดย “น้ำยา RELX ของแท้” ที่ส่งออกจัดจำหน่ายต่างประเทศจะมีด้วยกัน 2 แพ็กเกจ คือแบบ แพ็กเกจแนวตั้ง และ แพ็กเกจแนวนอน ซึ่งตัวน้ำยาเป็นแบบ CLOSE POD ที่ใช้เสร็จแล้วทิ้งไม่สามารถแกะหัวน้ำยาหรือฉีดเติมเองได้

แพ็กเกจผลิตภัณฑ์ RELX ที่ผลิตขายในประเทศจีน

โดยแพ็กเกจตามรูปด้านบนนี้จะเป็นแพ็กเกจที่ขายเฉพาะในประเทศจีนเองเท่านั้น (บริษัทแม่ของ RELX คือประเทศจีน) แต่ในช่วงที่การผลิตสินค้าเพื่อส่งออก กำลังผลิตไม่เพียงพอ จึงอาจมีการนำสินค้าแพ็กเกจกล่องสีเขียวที่จำหน่ายภายในประเทศจีน เข้ามาเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการเป็นการชั่วคราว

ความแตกต่างระหว่าง RELX ของจริงและของเลียนแบบ

โดยเราจะสามารถสังเกตได้จากตัวกล่องภายนอกตามตัวอย่างรูปด้านบน

โปรดตรวจสอบร้านค้า หรือ ตัวแทนจำหน่าย ก่อนสั่งซื้อ เพื่อความปลอดภัย ของตัวท่านเอง


copy00

หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้า RELX ลอกเลียนแบบ

เนื่องจาก การเพิ่มขึ้นของ สินค้าลอกเลียนแบบ และอาจไม่ได้มาตรฐาน

ตามที่ RELX ได้ควบคุมอย่างเข้มงวดในด้านของคุณภาพ

และความน่าเชื่อถือสินค้าลอกเลียนแบบเหล่านี้นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

จากสินค้าลอกเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐานการผลิต

RELX THAILAND จึงขอแจ้งเตือน !!!

ลูกค้าของเราให้หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าลอกเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน

ทั้งตัวเครื่อง และ POD น้ำยา รวมถึงสินค้า Compatible (ที่ใช้ร่วมกันได้)

ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภคได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/relxnow/photos

Print

ตัวอันตรายในน้ำยา

วันนี้แอดมินมาขออัพเดท สาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคปอด ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ในอเมริกา

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

สาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคปอดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ในอเมริกา พบว่ามีสาเหตุจาก ตัวทำละลายที่เรียกว่า “น้ำมันวิตามินอี อะซิเตท”

ศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาเผยแพร่ว่า 84% ของผู้เสียชีวิต 19 ราย ใช้ผลิตภัณฑ์ THC ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และมักมีการเติมสารวิตามินอี อะซิเตทลงไปเพื่อทำละลายน้ำมันกับน้ำยา “ที่มักใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยา THC หรือน้ำมันกัญชา THC Vape”

วารสารการแพทย์ของนิวอิงแลนด์บอกว่า พบผู้ป่วย 24 รายจาก 41 คน ที่ป่วยด้วยโรคปอดนี้ ใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ “Dank Vapes”

รัฐบาลในอเมริกาได้ประกาศแบนการใช้ “น้ำมันวิตามินอี อะซิเตท” ที่เป็นส่วนผสมในน้ำมันกัญชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และน้ำยา RELX ไม่มีส่วนผสมของตัวทำละลาย “น้ำมันวิตามินอี อะซิเตท”

ทางแอดมินเลยขอแจ้งเพื่อให้ชาว RELXer สบายใจ
และวางใจได้ในมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าเราจ้า

credit by justrelxthailand.com

d01

เปรียบเทียบการได้รับนิโคติน

โดยทั่วไปหนึ่งมวนมีปริมาณนิโคตินอยู่ประมาณ 7.5 ถึง 13.4 mg

แต่เมื่อเราจุดขึ้นมาสูบ ปริมาณนิโคตินส่วนใหญ่จะไหม้ไปพร้อมกับใบยาสูบ

จะเหลือนิโคตินดูดซึมเข้าร่างกายเราเพียงแค่ประมาณ 20%

จึงเป็นสาเหตุที่เวลาเราสูบ แล้วอาจรู้สึกว่ายังไม่อิ่ม ทั้งๆที่ปริมาณนิโคตินที่ได้รับเข้าไปควรจะมากกว่า

และเรายังได้รับสารพิษอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งเช่น ทาร์, ฟอร์มาลดีไฮด์, ไฮโดรเจนไซยาไนด์ที่เป็นสารพิษเข้าไปในร่างกายอีกด้วย

ส่วน RELX เองนั้นนิโคตินจะอยู่ในรูปของของเหลว หรือที่เรียกว่า E-liquid

ซึ่งปริมาณนิโคตินจะอยู่ที่ 3% – 5% แล้วแต่กลิ่นที่เลือก

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เหล่านี้คือ ความเข้มข้นของนิโคตินต่อ 1 มิลลิลิตร (ml.)

น้ำยา RELX จำนวน 1 Pod มีนิโคติน 30 mg/ml

(ในน้ำยา 1 มิลลิลิตร ประกอบด้วยนิโคตินปริมาณ 30 mg หรือคิดเป็น 3%)

ซึ่งหัว RELX 1 Pod มีน้ำยา 2 ml ก็จะมีนิโคตินทั้งหมด 60 mg ต่อ 1 Pod

เปรียบเทียบว่า ถ้าเราใช้ :

น้ำยาที่ความเข้มข้น 3% (30mg/ml)

เราจะได้รับนิโคติน 0.15 mg ต่อการสูบ 1 พัฟ (คิดจาก 30mg หารด้วย 200 พัฟ)

ถ้าสูบ 3 พัฟ ติดต่อกัน (เท่ากับ 1 รอบการใช้งาน) ก็จะได้รับนิโคติน 0.45 mg

ถ้าสูบ 5 พัฟ ติดต่อกัน ก็จะได้รับนิโคติน 0.75 mg

ถ้าสูบ 10 พัฟ ก็จะได้รับนิโคติน 1.5 mg ต่อหนึ่งโดสการใช้งาน

(ไม่ควรสูบ 10 พัฟติดต่อกัน อาจจะเยอะเกินไป)

RELX จะใช้ Salt Nicotine เป็นหลัก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เคยสูบเป็นอย่างมากเพราะส่งผลให้ร่างกายตอบสนองได้ดี และไม่กระแทกคอ

ซึ่งจะวางปริมาณนิโคตินไว้ที่ 3 mg/ml และ 5 mg/ml

Print

ความแตกต่างระหว่าง RELX ของแท้ และ ของปลอม

เนื่องจากช่วงเวลานี้มีสินค้าลอกเลียนแบบ หรือของปลอม ออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมากมายหลายยี่ห้อ เราเลยมาทำการชำแหละ แกะให้ดูกันให้ชัดๆไปเลยว่า ด้านในหัว Pod นั่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

สินค้าตัวที่ลอกเลียนแบบนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ขดลวดและสำลีในกระบวนการสร้างควัน ทำให้ยังเกิดสารเคมีปนออกมากับไอน้ำที่คุณสูบ และการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟยังไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย ทำให้มีโอกาสที่ตัวเครื่องของคุณมีโอกาสชำรุดได้ง่าย

RELX ของแท้นั้นได้ผ่านมาตรฐานสากล รับรองโดย FDA สหรัฐอเมริกา และ CE-RoHS สหภาพยุโรป ด้วยระบบ FEEL M แผ่นเซรามิค ให้ความร้อนที่ปลอดภัยกว่าตัวสินค้าลอกเลียนแบบ ที่ยังคงใช้ขดลวดอยู่

b01

RELX และ อื่นๆ อันตรายจริงไหม???

หลายๆ ท่านอาจมีข้อกังวล เกี่ยวกับข่าวที่มีผู้ป่วยโรคปอด และมีประวัติการใช้ทางทีมงานเรา RELX:GO จึงนำข้อสรุปมาชี้แจงให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านกัน เพื่อที่เพื่อนๆจะได้เลือกใช้สินค้าที่ปลอดภัยกัน

เรามาดูข้อสรุปและวิธีป้องกัน กันดีกว่าจ้า ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน RELX:GO

Print

IQOS VS RELX

หลายๆ คนคงเคยใช้IQOS อุปกรณ์ทดแทนสุดล้ำที่ฮิตในเมืองไทยมาแล้วกว่า 2 ปี

วันนี้แอดมินมีผลิตภัณฑ์ใหม่มาแนะนำคือ RELX VAPE POD ครับ

แอดมินสรุปข้อแตกต่างมาให้ดูกัน 7 ข้อตามนี้เลยครับ

relx_lung1

ธรรมดา VS ไฟฟ้า

หลายคนคงทราบกันดีกว่า การสูบไม่ดีต่อสุขภาพ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่เป็นการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ นั่นก็คือการหันมาใช้ทางเลือก ปัจจุบันมีมากกว่า 3 ล้านคน ที่หันมาใข้ทางเลือก เนื่องจากการศึกษาและการทดลองของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเลิกพบว่า ทางเลือกมีความปลอดภัยมากกว่าธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด เพราะหลักๆ สารทาร์จะมีแค่ในธรรมดาที่จัดไฟเท่านั้น ซึ่งสารทาร์จะไหลซึมเข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆไปจนถึงขั้นเสียชีวิต

เรามาดูวิดีโอที่ทางนักเชี่ยวชาญ ทำการทดลองกันค่ะ

อยากเลิก ทำไมต้องหันมาใช้ Vape?

Alternatives-to-quit-smoking-001-800x800

ทางเลือกในการเลิก ที่นิยมใช้และ ได้ผลจริง

การติด นั้นมีผลมาจากอาการขาดนิโคติน ซึ่งปัจจุบันได้มีหลากหลายทางเลือกในการเลิก แต่วิธีใดที่ดีต่อผู้สูบที่สุด มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ผู้สูบมักนิยมใช้เพื่อช่วยลดความเครียด หรืออยากรู้อยากลอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นสารเสพติดก็ตาม จนเมื่อได้รับปริมาณสารนิโคตินมากขึ้นทำให้ผู้สูบไม่สามารถเลิกได้ในท้ายที่สุด ซึ่งนิโคตินเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สูบเกิดอาการเสพติด

เมื่อผู้สูบต้องการเลิก หรือได้รับปริมาณนิโคตินไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดการเสียสมดุล ทำให้เกิดอาการ หงุดหงิด นอนไม่หลับ ปวดหัว กระสับกระส่าย ฯลฯ ซึ่งทางแพทย์ได้มีการแนะนำวิธีการักษามากมายหลายแบบ โดยเราได้ยก 4 ทางเลือกในการเลิก ที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด และได้ผลจริง ดังนี้

4 ทางเลือกในการเลิก ที่นิยมใช้กันมากที่สุด

การเลิกด้วยวิธีการหักดิบ คือ การเลิกสูบแบบทันที โดยไม่พึ่งความช่วยเหลือใดในการเลิก ซึ่งเป็นวิธีเลิกที่ยากมาก โดยได้มีกลุ่มคนออกมาให้ความรู้ถึง การหักดิบดีหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้มักจะได้ผลกับผู้สูบที่ไม่ได้อยู่ในขั้นเสพติด หากอยู่ในขั้นเสพติด วิธีนี้อาจไม่เป็นผลดี เพราะอาจทำให้เกิดอาการของการขาดนิโคตินได้ และยังเป็นวิธีที่ทรมานต่อตัวผู้สูบมากที่สุด

การเลิกแบบการพฤติกรรมบำบัด คือ การรับการปรึกษาหรือรับคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวหรือแพทย์ซึ่งวิธีนี้มักนิยมใช้เพราะได้ผลจริง แต่ต้องใช้เวลาในระยะยาว อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงและ อาจไม่ได้ผลกับผู้ที่เสพติดมากๆ เพราะด้วยอาการขาดนิโคตินทำให้ผู้ที่เสพติดสารนิโคตินไม่สามารถทนการบำบัดได้ หรือสามารถรักษาหายแต่ก็อาจจะกลับเสพติดอีกครั้ง เนื่องด้วย ความเครียด หรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น

การใช้ยา เพื่อให้นิโคตินทดแทน คือ การใช้ยาประเภทต่างๆ ที่สามารถให้สารนิโคตินทดแทนได้ อาทิเช่น นิโคตินชนิดสเปรย์พ่นจมูก (Nicotine nasal spray) นิโคตินชนิดเม็ดอมใต้ลิ้น (Nicotine sublingual tablets) ฯลฯ หรืออาจจะเป็น ยาเลิก ที่ช่วยลดอาการถอนยา เช่น Quomem, Bupropion, Nortriptyline เป็นต้น

ซึ่งยาเหล่านี้สามารถช่วยให้เราได้รับนิโคตินที่เพียงพอ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสูบถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่มักนิยมใช้กันแต่ในการใช้ยาอย่างที่รู้กัน ยาทุกชนิดมีผลข้างเคียงต่อผู้ใช้ ซึ่งแต่ละคนมีภูมิต้านทางที่ไม่เหมือนกัน จึงมักใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายหากไม่จำเป็น

ทางเลือก คือ อุปกรณ์ที่ช่วยบำบัดความต้องการนิโคตินในตัวผู้สูบได้ ซึ่งมีความปลอดภัยกว่าปกติ ถึง 95% เพราะไม่มีกระบวนการเผาไหม้ จึงไม่ทำให้เกิดสารทาร์ (Tar) ที่เป็นสารก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดอีกทั้งยังไม่ส่งกลิ่นเหม็น

ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในบรรดาทางเลือกต่างๆ เพราะไม่ทรมานต่อตัวผู้ที่ต้องการเลิกแม้แต่อย่างใด สามารถลดอัตราการสูบ และอัตราการเกิดโรคที่เกิดจากการเผาไหม้จากตัวได้จริง ซึ่งมีน้ำยาให้เลือกมากมาย หรือจะเป็นน้ำยาที่ยังคงความรู้สึกของ อย่างน้ำยากลิ่น classic ของ KARDINAL และ RELX ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อผู้ที่ต้องการเลิก และยังมีความปลอดภัยกว่าปกติ และไฟฟ้าอื่นๆ

แต่อย่างไรก็ตาม 4 ทางเลือกในการเลิกนั้นเป็นเพียงวิธีที่มักมีคนนิยมใช้มากสุด ยังคงมีอีกหลายวิธีในการเลิก แต่จากการสำรวจแต่ละวิธีในการเลิก พบว่า การใช้ไฟฟ้า เป็นทางเลือกในการเลิกที่ดีต่อผู้สูบมากที่สุด ซึ่งได้มีผลการวิจัยจาก สหราชอาณาจักร (UK) พบว่า ไฟฟ้านั้นไม่เพียงปลอดภัยกว่า แต่ยังสามารถทำให้ไม่เกิดอาการขาดนิโคติน เพราะได้รับปริมาณนิโคตินที่เพียงพอ ทำให้หยุดสูบปกติได้จริง

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก:


9-diseases-with-cigarette-1-800x800

9 โรคร้าย ที่มากับ ควันมือสอง

การสูดดม ควันมือสอง โดยไม่ตั้งใจส่งผลร้ายแค่ไหน? คนสูบอาจไม่รู้ว่าส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนรอบข้าง แต่คนไม่ได้สูบต้องรู้!

 เราต่างรู้กันดีว่าการสูบไม่ได้ส่งผลดีสำหรับตัวเองนัก แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่ามันยังมีความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนต่อสุขภาพจากควัน ที่เรียกกันว่า “ควันมือสอง” ที่สามารถส่งผลกระทบกระทบต่อครอบครัว หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่ต่างต้องสูดอากาศที่เต็มไปด้วยควันจากที่มาจากตัวผู้สูบนั่นเอง

ควันมือสอง เกิดจากอะไร?

ควันบุหรี่มือสอง คืออะไร

ควันมือสอง ที่เกิดมาจากการเผาไหม้จากใบยาสูบ จะทำให้เกิดสารพิษที่ปะปนอยู่ในควัน และปะปนอยู่ในอากาศซึ่งสารพิษมากกว่า 70 ชนิด สามารถปะปนอยู่นอากาศได้นานถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งเราจะไม่สามารถรับรู้ได้เลย เพราะ ไม่มี กลิ่น และรูปร่าง หากมีการรับ เป็นเหตุให้คนใกล้ชิดมีความอันตรายไปด้วย โดยหากมีสูดดมควันไปมากๆ อาจมีโอกาสเกิดโรคหัว หรือโรคมะเร็งได้ หรือหาก ควันสัมผัสโดนใบหน้า เช่น ตา จมูก อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองได้

สารพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้

สารพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่

ภายในใบยาสูบมือสองนั้น ล้วนแต่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากมาย ซึ่งแต่ละสารพิษจะส่งผลกระทบต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะทำให้เกิด โรคต่างๆที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ รวมถึงทำให้เกิดการระคายเคืองในส่วนต่างๆ บนร่างกาย

9 โรคร้าย ที่มากับควันมือสอง กระทบโดยตรงต่อคนรอบข้าง

9 โรคร้าย ที่มากับควันบุหรี่มือสอง

ในตอนนี้ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมโรคปอดแห่งอเมริกา (American Lung Association)  อัพเดตล่าสุด: 9 เม.ย. 2563 ได้มีการระบุไว้ว่า ควันมือสองเป็นสาเหตุของโรคร้าย 9 ประเภทที่กระทบต่อคนที่สูดดมโดยตรงและรวดเร็วมากกว่าคนที่สูบ ได้แก่

• โรคมะเร็งปอด และมะเร็งกล่องเสียง ร้อยละ 80-90 ของผู้ป่วยมะเร็งปอด เกิดจากการสูบ หรือผู้ที่มีการสูดควันเข้าไป ซึ่งจะมีอาการ ไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก หายใจได้สั้น ฯลฯ

• โรคหัวใจ  พบว่าคนที่สูดควันมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนไม่สูบ ถึง 2.4 เท่า ซึ่งจะมีอาการ เจ็บแน่นๆ อึดอัด บริเวณกลางหน้าอก ฯลฯ

9 โรคร้าย ที่มากับควันบุหรี่มือสอง ต่อ(1)

• โรค SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรือโรคไหลตายในเด็ก มีหลักฐานบ่งชี้ว่า การสูบ หรือได้รับควัน ของมารดา อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้

• โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก พบว่าในผู้สูดควันเข้าไปมากๆ จะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเร็วขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

9 โรคร้าย ที่มากับควันบุหรี่มือสอง ต่อ(2)

• โรคหอบหืดเฉียบพลัน พบว่าในผู้ที่สูดควันจะมีอาการหายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย มีอาการไอ ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหอบหืด

• หูชั้นกลางอับเสบในตัวเด็ก หรือ หูน้ำหนวก ในควันนั้นมีสารพิษที่จะเข้าไปทำลายเยื่อบุผิวหนังชั้นนอก ทำให้การป้องกันการติดเชื้อของหูชั้นกลางเสียทำไม จึงทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย

9 โรคร้าย ที่มากับควันบุหรี่มือสอง ต่อ(3)

• โรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจในทารกและเด็กเล็กมักพบโรคนี้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งควันก็เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน

• ภาวะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งก่อให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อย  พบว่าในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ หากมีการรับควันเข้าไป อาจก่อให้เกิดภาวะการคลอดก่อนกำหนดได้

9 โรคร้าย ที่มากับควันบุหรี่มือสอง ต่อ(4)

• โรคปอดอักเสบติดเชื้อในเด็ก ภายในควันล้วนมีสารพิษต่อร่างกายมากมาย หากเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ และได้มีการสูด ควันมือสอง เข้าไป อาจก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบติดเชื้อได้ นั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม หากเกิดการเสพติดนิโคตินจนไม่สามารถเลิกได้ อาจหันมาใช้นวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกตัวเลือกของเหล่านักสูบ ด้วยกระบวนการทำงานที่ใช้แบตเตอร์รี่ในการสร้างความร้อนกลายเป็น ไอน้ำ ไม่ใช้เกิดจากการเผาไหม้ กลายเป็น ควัน จึงทำให้สารพิษที่ได้ไฟฟ้านั้นน้อยกว่ามาก และในขณะที่สูบให้ห่างไกลกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือเด็กทารก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

 ทั้งนี้เคยได้รับการยืนยันจาก นางโรซานนา โอ คอนนอร์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England: PHE) ระบุถึงรายงานของ PHE ในปี 2018 ว่า “ไอไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่รอบข้าง” และล่าสุดนี้ยังกล่าวอีกว่า ในตอนนี้ก็ไม่ได้มีหลักฐานว่าไอละอองของไฟฟ้าจะนำพาให้ผู้ใช้งานติดเชื้อโคโรน่าไวรัส อีกด้วย 

ขอบคุณข้อมูลจาก :

https://www.lung.org/research/sotc/by-the-numbers/9-diseases-secondhand-smoke
https://vaping360.com/learn/difference-between-smoke-and-vapor/

© 2020-2021 All rights reserved. Relx Kardinal Stick - VIP

logo_krw55